รีวิวหนังแนวหลอนกันบ้างกับภาพยนต์ The Grudge บ้านผีดุ

The Grudge บ้านผีดุ: ไม่แย่แต่ไม่สุด Another American Horror Film คอหนังผีแนว Horror ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ หนัง ใหม่ 2018 เต็ม เรื่อง

คอหนังผีหลายคนน่าจะรู้จักหนังผีแค้นหน้าขาวจากญี่ปุ่นอย่าง จูออน ดี ด้วยเอกลักษณ์การเมกอัปที่ไม่เหมือนใครกับความโหดชนิดฆ่าทุกผู้ทุกนามไม่ถามสักคำ ก็ทำให้ผีสองแม่ลูกนี่กลายเป็นไอคอนจำของแฟรนไชส์ไปอย่างติดตาตรึงใจลากยาวจนมีหนังถึง 13 เรื่องเข้าไปแล้ว โดยเป็นฉบับหนังวิดีโอ 2 ภาค หนังโรงฉบับญี่ปุ่น 2 ภาค หนังฉบับฮอลลีวูดรีเมกและดึงผู้กำกับเดิมไปทำ 2 ภาค หนังโรงฉบับฮอลลีวูดภาคต่อแต่เปลี่ยนผู้กำกับ 1 ภาค กลับมาเป็นหนังฉบับญี่ปุ่นอีก 4 เรื่อง หนังครอสโอเวอร์ปะทะซาดาโกะอีก 1 เรื่อง และหนังเรื่องนี้ก็จะเป็นฉบับฮอลลีวูดรีบูตใหม่ ถือเป็นหนังเรื่องที่ 13 ของแฟรนไชส์นี้แล้ว

เรื่องย่อ หนัง ใหม่ 2018 เต็ม เรื่อง

เรื่องราวของบ้านต้องสาปที่มาพร้อมกับผีจอมอาฆาต (จู-ออน) ที่พร้อมจะตามหลอนใครก็ตามที่เหยียบย่างเข้าไปในบ้าน ด้วยความตายอันโหดร้ายทารุณ จากการรายงานได้บอกว่าในเวอร์ชันนี้จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคดั้งเดิม

จุดเด่นของเรื่อง

1. โพรดักชันดีงาม โดยเฉพาะแสงเงา
2. กิมมิกที่คารวะหนังฉบับก่อนหน้ามีแทรกเยอะ พิถีพิถันดี
3. การคิดโจทย์เล่า 3 ไทม์ไลน์น่าสนใจทีเดียว ทำดี ๆ น่าจะเปรี้ยง

จุดด้อยของหนัง

1. ขาดเอกลักษณ์แบบเดิม ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
2. ขาดนู่นนี่นั่นอย่างละหน่อย จนหนังไม่สุดสักทาง
3. มุกหลอกดี ๆ ก็สดใหม่ยากเพราะภาคก่อน ๆ หน้านี้เล่นอะไรไปเยอะมากแล้ว
4. หนังถูกเปลี่ยนคนแก้บทใหม่ซึ่งอาจเป็นปัญหาในการเล่า

โดยในครั้งนี้โพรดิวเซอร์ใหญ่อย่าง แซม เรมี่ ก็ยังกลับมาและดึงผู้กำกับใหม่อย่าง นิโคลาส เปสเช่ ที่มีผลงานเปรี้ยงแจ้งเกิดในเวที Fantastic Cinema Festival อย่าง The Eyes of My Mother (2016) หนังเขย่าขวัญขาวดำที่คว้ารางวัลใหญ่ของเทศกาลแบบกวาดเรียบจนไปเข้าตาแซม เรมี่ในที่สุดโดยเรื่องราวในการรีบูตนี้ได้ย้ายสถานที่จากโตเกียวมาสู่อเมริกาอย่างเต็มตัว และเป็นไทม์ไลน์ที่อยู่ระหว่างหนัง The Grudge (2004) กับ The Grudge 2 (2006) ที่ขยายคำสาปจาก ผีคายาโกะ กับ ผีโทชิโอะ ลูกชายของเธอ มาสู่คำสาปบทใหม่ ซึ่งก็เป็นเหตุให้แฟนเดิม ๆ ของผีหน้าขาวตาเหลือกส่ายหน้าเพราะผีคายาโกะ (และ/หรือโทชิโอะด้วย) ออกมาในหนังแค่ 8 วินาทีเท่านั้น จนหนังได้คะแนนจาก Cinemascore ซึ่งสำรวจความเห็นผู้ชมจากวันเปิดตัวโดยโดนตัดเกรดไปเพียงแค่ F เท่านั้น (ซึ่งเป็นเกรดที่ได้ยากมาก ที่ผ่านมีหนังแค่ 20 เรื่องที่ได้เกรดนี้)